โรคนิ่ว

นิ่ว!!!สลายได้

ไม่ต้องผ่า

นิ่วอักเสบ/นิ่วในไต/นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
​/นิ่วในถุงน้ำดี/นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

อย่ารอให้อาการนิ่วอักเสบก่อน รู้ก่อน สลายนิ่ว หายได้

 

 

 

สัญญาณอันตราย!!! 
ที่บ่งบอกว่
าคุณอาจเป็น...นิ่ว 

มีอาการปวดบริเวณบั้นเอวหรือบริเวณท้อง แน่นจุก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของนิ่ว

มีปัสสาวะเป็นเลือด  ปัสสาวะมีสีเข้ม มีกลิ่น

# มีปัสสาวะขับ ปัสสาวะแสบ ปัสสาวะลำบาก

# อาการนิ่ว อักเสบรุนแรงส่งผลให้อาจมีไข้

มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนปัสสาวะไม่ออก กรณีที่เป็นนิ่วบริเวณท่อปัสสาวะ

ไม่มีน้ำปัสสาวะ กรณีที่มีภาวะอุดตันของไตอย่างรุนแรงทั้งสองข้าง

ตำแหน่งที่มักจะพบ นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ  ได้แก่

นิ่วในไต นิ่วในท่อไต  นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

​นิ่วในถุงน้ำดี  นิ่วในท่อปัสสาวะ นิ่วกรวยไต

 

 

สาเหตุของการเกิดโรคนิ่ว
นิ่วเกิดจากผลึกและสิ่งแปลกปลอมที่มีการตกตะกอนเป็นก้อนซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีหลายสาเหตุ ได้แก่
        - กรรมพันธุ์ อายุ เพศ โรคนิ่วนั้นมีสาเหตุเกิดจากความผิดปรกติของยีนส์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยโปรตีน ทำให้เกิดกรดยูริคตกค้างในร่างกาย และอาจเกิดได้จ่ายความบกพร่องของยีนที่ทำงานสัมพันธ์กับการดูดซึมสารออกซาเลตในร่างกาย ดังนั้น หากครอบครัวเคยมีประวัติ เป็นนิ่ว ควรระวังให้มากขึ้น
       
        -อาหารที่รับประทาน ปริมาณน้ำที่ดื่ม
  ดื่มน้ำน้อยและ เสียเหงื่อมากเกินไป  และจากการแพทย์พบว่า การดื่มชาดำเย็น และ ดื่มน้ำอัดลมเพียงวันละ 1 กระป๋อง ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอาการนิ่วได้ มากถึง 23% เนื่องจาก น้ำตาลฟรุกโตสในน้ำอัดลม การขาดสารฟอสเฟต การรับประทานผักที่มีสารออกซาเลต(oxalate) สูงและดื่มน้ำน้อยรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม เนื้อสัตว์  อาหารที่มีกรดออกซาเล็ต สูง  ซึ่งทำให้มีการสะสมผลึกของสารแคลเชียมออกซาเลต ในกระเพราะปัสสาวะ จนกลายเป็นตะกอนก้อนนิ่ว
       
       -ยาที่รับประทาน
 ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาระบายอุจจาระเป็นประจำ ยาโรคมะเร็ว ภาวะท่อไตอุดตัน 

       
        -ภาวะติดเชื้อในระบบทางปัสสาวะ ทางเดินอาหาร
 และความผิดปกติทางกายวิภาคของระบบทางเดินอาหาร โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือเคยผ่าตัดลำไส้มาก่อน 


        -เสียเหงื่อมากเกินไป  ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะมีความเข้มข้นมาก จนตกผลึกกลายเป็นก้อนนิ่วได้การกินวิตามินซีเสริมมากเกินไป เนื่องจากวิตมินซีไปช่วยสร้างสารออกซาเลต ทำให้เพิ่มโอกาส การเกิดนิ่ว​ 

                   *** และสุดท้ายคือ ผู้ป่วยที่เคยเป็นนิ่วมาก่อนจะมีโอกาสเกิดนิ่วซ้ำได้มากกว่าคนทั่วไป

ปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี
โทร.0616019391

                        botton-call-advice-edit-01-1_22_orig           botton-line-advice-edit-01-1_21_orig1
                                                 
     

 

อีกหนึ่งเลือกสำหรับการรักษานิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัด
สลายนิ่วได้ วิธีง่ายๆ แค่ดื่ม"ธนทร"
​รีวิวจากผู้ที่ดื่มยาน้ำสมุนไพร "ธนทร"

   

 

  
 
 
  

ปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี
โทร.0616019391

 

โรคนิ่ว

 

 

กิดจากตะกอนของแร่ธาตุชนิดต่างๆที่รวมตัวกันเป็นก้อน มีชนิดและขนาดที่แตกต่างกันออกไปโดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณไต แต่อาจพบได้ตลอดระบบทางเดินปัสสาวะ และบริเวณอื่นๆโดยนิ่วจะสร้างความเจ็บปวดทรมาน ให้ผู้ป่วยได้หากก้อนนิ่วมีขนาดที่ใหญ่จนอุดตันทำให้เกิดการฝั่งตัวและอักเสบตามอวัยวะต่างๆ 
ซึ่งจะแสดงอาการแตกต่างกันออกไปตามบริเวณที่เกิดนิ่ว

ปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี
061-6019391

 

นิ่วในถุงน้ำดี
 นิ่วน้ำดี, นิ่วถุงน้ำดี หรือนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone หรือ Cholelithiasis) คือ โรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอเลสเตอรอล สารบิลิรูบิน (สารให้สีในน้ำดี) และเกลือแคลเซียมชนิดต่าง ๆ จึงเกิดการตกผลึกเป็นก้อนนิ่ว ซึ่งก้อนนิ่วที่เกิดขึ้นอาจมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายหรือใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ และอาจมีได้ตั้งแต่หนึ่งก้อนไปจนถึงหลายร้อยก้อนก็ได้ โดยทั่วไปโรคนี้จัดเป็นโรคไม่รุนแรงและรักษาได้เสมอ แต่โรคจะรุนแรงขึ้นเมื่อก้อนนิ่วหลุดเข้าไปในท่อน้ำดีหรือท่อตับอ่อน

นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคของผู้ใหญ่ที่พบได้มากขึ้นตามอายุ โดยมักพบในคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป (มักไม่พบในคนอายุต่ำกว่า 20 ปี) และพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า

อาการนิ่วในถุงน้ำดี

​ส่วนใหญ่ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีจะไม่มีอาการผิดปกติแสดงให้เห็นแต่อย่างใด และมักจะตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจร่างกายด้วยโรคอื่น ๆ แต่เมื่อมีอาการเกิดขึ้น อาการที่พบได้บ่อย คือ (ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการ)
 ***ในบางรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนไปอุดในท่อน้ำดี (Bile duct) จะมีอาการปวดแบบปวดดิ้นหรือปวดบิดรุนแรงเป็นพัก ๆ ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวา ซึ่งอาจปวดร้าวมาที่ไหล่ขวา หรือบริเวณหลังตรงใต้สะบักขวา และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย บางรายอาจปวดรุนแรงจนเหงื่อออก เป็นลม

***ปวดท้องมักเกิดขึ้นหลังจากที่รับประทานอาหารมัน ๆ หรือรับประทานอาหารมื้อหนัก หรือตอนกลางคืน ซึ่งในแต่ละครั้งผู้ป่วยจะมีอาการปวดนานประมาณ 15-30 นาที (บางรายอาจนาน 2-6 ชั่วโมง) และจะทุเลาไปเอง เมื่อเว้นไปนานเป็นแรมสัปดาห์ แรมเดือน หรือแรมปีอาการปวดก็อาจกำเริบขึ้นมาได้อีก (ถ้าปวดท้องทุกวันมักจะไม่ใช่นิ่วในถุงน้ำดี)

***อาการท้องอืดท้องเฟ้อบริเวณเหนือสะดือ เรอ คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายอาการอาหารไม่ย่อยได้ ซึ่งมักจะเป็นหลังจากที่รับประทานอาหารมัน ๆ หรือหลังอาหารมื้อใหญ่ เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง
***การอักเสบติดเชื้อของถุงน้ำดีร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นไข้สูงหรือไข้ต่ำ

***มีอาการดีซ่าน (ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้ม) จากสารบิลิรูบินที่คั่งอยู่ในถุงน้ำดีอย่างต่อเนื่องในตับและในเลือด เพราะถุงน้ำดีไม่บีบตัว ปัสสาวะจึงมีสีเหลืองเข้ม และลำไส้ขาดน้ำดี อุจจาระจึงมีสีซีดลง



​ภาวะแทรกซ้อนของนิ่วในถุงน้ำดี
อาจทำให้เกิดถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis) ท่อน้ำดีอักเสบ (Ascending cholangitis) และตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) ซึ่งภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวอาจเป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้

การป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี ควบคุมน้ำหนัก และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลั่งคอเลสเตอรอลในน้ำดีมากเกินไป  หากต้องการลดน้ำหนัก ควรลดอย่างถูกวิธีและค่อยเป็นค่อยไป เพราะการที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้ตับหลั่งคอเลสเตอรอลในน้ำดีมากกว่าปกติ

สายด่วนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
โทร.0616019391

    botton-call-advice-edit-01-1_22_orig        botton-line-advice-edit-01-1_21_orig1

นิ่วในไต 
 
ไต เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่หลักคือกรองของเสียที่อยู่ในเลือดและขับถ่ายออกนอกร่างกายทางปัสสาวะ โดยปัสสาวะจะไหลผ่านกรวยไตลงมาตามท่อไตเพื่อลงสู่กระเพาะปัสสาวะและขับออกนอกร่างกายทางท่อปัสสาวะ แต่บางครั้งหินปูนหรือเกลือแร่ต่างๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต, แคลเซียม ฟอสเฟต, กรดยูริก และซีสเตอีนในปัสสาวะอาจเกิดการตกตะกอนหรือตกผลึกขึ้นในไตแล้วสะสมรวมกันเป็นก้อนแข็งมีลักษณะคล้ายก้อนกรวดเรียกว่า นิ่ว หากนิ่วยังอยู่ในไตเรียกว่า โรคนิ่วในไต (kidney stone) แต่หากก้อนนิ่วหลุดลงมายังท่อไตเรียกว่า โรคนิ่วในท่อไต (ureteric stone)

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วในไต

การตกตะกอนของสารต่างๆ จนกลายเป็นก้อนนิ่วเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีสารเหล่านี้ในปัสสาวะมากผิดปกติ หรือทางเดินปัสสาวะตีบแคบจากสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตีบแต่กำเนิด หรือมีก้อนเนื้ออุดกั้น ทำให้ปัสสาวะคั่งค้างในไตและสะสมกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด ดื่มน้ำน้อยเกินไป หรืออยู่ในภาวะขาดน้ำพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีสารก่อนิ่วในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้แก่ อาหารที่มีโปรตีน เกลือ และน้ำตาลสูง ภาวะน้ำหนักเกิน มีโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบทางเดินอาหาร เช่น ไตอักเสบ โรคหลอดเลือดในท่อไต ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ โรคลำไส้อักเสบ ท้องเสียเรื้อรัง โรคเกาต์ปัจจัยทางพันธุกรรม คือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่วมาก่อน

  

 

อาการที่มักจะพบนิ่วในไต

​เป็นก้อนนิ่วขนาดเล็ก แต่ถ้าหากก้อนนิ่วมีการขยับหรือเคลื่อนตัวรอบๆบริเวณไต หรือไปยังท่อไต ซึ่งเป็นท่อเชื่อมระหว่างไตและกระเพราะปัสสาวะ อาจส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีนิ่วในไต จะมีอาการ เช่น ปวดรุนแรงเป็นช่วงๆ บริเวณข้างลำตัวและหลัง บางครั้งอาจปวดช่องท้องด้านล่างลงไปจนถึงขาหนีบ ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย น้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน มีสีน้ำตาลหรือสีชมพู คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ หนาวสั่น

 

วิธีป้องกันนิ่วในไต สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงกับการเป็นนิ่วเนื่องจากมีภาวะร่างกายทางพันธุกรรมบางอย่างหรือมีน้ำหนักเกิน การปรับอาหารและวิถีชีวิตอาจช่วยป้องกันการสร้างนิ่วในไตได้ วิธีป้องกันการสร้างนิ่วในไตที่ดีที่สุด คือการดื่มน้ำให้เพียงพอ ในแต่ละวัน คุณควรดื่มน้ำอย่างต่ำ 1.5 แกลลอน หรือมากพอที่จะผลิตปัสสาวะประมาณ 2 ควอร์ต นอกจากนี้ คุณอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้น หากคุณสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อจากการออกกำลังกาย หรืออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อน ควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีก ได้แก่ กาแฟ ชา และโคล่า เพียง 1-2 แก้วต่อวัน เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้นได้ จากรายงานของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ เครื่องดื่มอื่น ๆ อาจมีประโยชน์เป็นอันตรายต่อการเกิดนิ่วในไตต่างกันขึ้นกับชนิดของนิ่ว ในการป้องกันนิ่วแคลเซียมออกซาเลต ควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ที่มีออกซาเลตสูง เช่น แครนเบอร์รี่ และแอปเปิ้ล เครื่องดื่มที่เพิ่มความเป็นกรดให้กับปัสสาวะ เช่น น้ำแครนเบอร์รี่ เป็นตัวเลือกที่ดีในการป้องกันนิ่วแคลเซียมฟอสเฟต และนิ่วสตรูไวท์ สำหรับนิ่วกรดยูกริก คุณสามารถดื่มน้ำแบล็คเคอร์แรนท์ ซึ่งสามารถเพิ่มความเป็นด่างให้กับปัสสาวะ แต่หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดอย่างเด็ดขาด น้ำผลไม้ตระกูลส้ม เช่น น้ำมะนาว น้ำเลมอน และน้ำส้ม อาจช่วยป้องกันนิ่วในไตด้วยการเพิ่มระดับซิเตรตในปัสสาวะ ช่วยป้องกันไม่ให้ผลึกเปลี่ยนไปเป็นนิ่ว ในขณะเดียวกัน ผลเกรปฟรุตเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตที่เพิ่มขึ้น

 

 

นิ่วในกระเพราะปัสสาวะ 

ผู้ป่วยมักจะมีอาการเมื่อก้อนนิ่วทำให้ผนังของกระเพราะปัสสาวะระคายเคื่องหรือปิดกั้นการไหลของปัสสาวะ ซึ่งส่งผลให้มีอาการ 
เช่น ปวดบริเวณท้องส่วนล่าง ปวดหรือรู้สึกไม่สบายที่อวัยวะเพศ เจ็บแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะติด ขัด ไม่สุด ปัสสาวะขุ่น มีสีเข้มผิดปกติ หรือปัสสาวะเป็นเลือดได้
มีเม็ดนิ่วลักษณะคล้ายกรวดทรายปนออกมากับน้ำปัสสาวะ และถ้าหากก้อนนิ่วไปกระทบ เสียดสีกับผนังกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะจนเกิดแผล อาจทำให้เกิดปัสสาวะเป็นเลือดได้ด้วย จนเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งผู้ป่วยอาจมีไข้ร่วมด้วย

 

วิธีป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ รับประทานอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งอาหารเหล่านี้จะมีปริมาณของสารฟอสเฟตสูง ลดการรับประทานผักที่มีสารออกซาเลตสูง (Oxalate) หรือสูงปานกลางอย่างต่อเนื่อง เช่น ชะพลู แคร์รอต ผักกระโดน ผักกระเฉด ผักกะหล่ำ ผักโขม ผักแพว ผักเสม็ด บรอกโคลี บีตรูต ใบมันสำปะหลัง มะเขือ มะเขือเทศ มะเดื่อ หน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง หัวหอม ยอดผักทั้งหลาย โยเกิร์ต ถั่วเหลือง ถั่วรูปไต งา ลูกนัต ผลเบอร์รี่ต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือไม่ต่ำกว่าวันละ 10 แก้ว รับประทานแคลเซียมเสริมเฉพาะตามคำแนะนำของแพทย์ เมื่อมีอาการผิดปกติทางการถ่ายปัสสาวะ ควรไปพบแพทย์เสมอหลังจากดูตนเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน เพื่อป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

 

รักษานิ่ว  สลายได้ ไม่ต้องผ่า
โทร.0616019391

           botton-call-advice-edit-01-1_22_orig        botton-line-advice-edit-01-1_21_orig1

 

วิธีรักษาโรคนิ่ว ในระบบทางเดินปัสสาวะ ตามแผนปัจจุบัน
 ปัจจุบันการรักษามีหลายวิธีแล้ว ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้ป่วยอาการนิ่วแต่ละราย

อาจจะเป็นการผ่าตัด การเจาะเพื่อดูดเอานิ่วออก หรือการสลายนิ่วซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดบาง

ประการที่เเพทย์จะเลือกให้กับผู้ป่วยตามพยาธิสภาพของโรค  


1.การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ โดยแพทย์จะส่องกล้องเข้าไปในท่อปัสสาวะเพื่อขบนิ่วให้แตกเป็นชิ้น

เล็กๆแล้วให้หลุดไหลออกมากับน้ำปัสสาวะ

2.การสลายนิ่วด้วยคลื่นเสียงกระแทก เป็นการใช้คลื่นเสียงทำให้เกิดแรงกระแทกที่ก้อนนิ่วจนก้อนนิ่ว

​แตก
เป็นชิ้นเล็ก และขับออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะ

3.การผ่าตัด ใช้ในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ หรือเป็นนิ่วเขากวางที่มีกิ่งก้านหลายกิ่งจนไม่สามารถนำ

ออกมาด้วยวิธีอื่นได้

การตรวจวินิจฉัยโรคนิ่ว

มีด้วยกันหลายวิธี เช่น x-ray ธรรมดา , Ultrasound, X-ray computer C.T , X-ray ฉีดสารทึบรังสี ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการ และการประเมินผู้ป่วยแต่ละราย ส่วนการรักษาก็มีหลายวิธี เริ่มตั้งแต่นิ่วขนาดเล็กมาก อาจสังเกตอาการไปก่อน การใช้ยาสลายนิ่ว การใช้เครื่องสลายนิ่ว (ESWL) การส่องกล้องทางท่อปัสสาวะ(RIRS) ส่วนนิ่วที่มีขนาดใหญ่อาจรักษาด้วยการเจาะรูบริเวณสีข้างเพื่อเข้าไปในไตแล้วจึงเอานิ่วออก (PCNL) สุดท้ายคือการผ่าตัดเพื่อนำนิ่วออก

การสลายนิ่วด้วยวิธีนี้ มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก เนื่องจากการ การผ่าตัดสามารถเอานิ่วได้เฉพาะนิ่ว

ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ยังสามารถคงเหลือ ตะกอนนิ่วขนาดเล็กๆบางส่วนตกค้างภายในบริเวณอวัยวะ

​และสามารถอักเสบขึ้นมาได้อีกครั้ง

 

การสลายนิ่ว รักษานิ่ว โดยวิธีธรรมชาติ
การสลายนิ่ว คือ การใช้ยาสมุนไพรทั่งไทย-จีนที่มีฤทธิ์ในการกัดกร่อนกรดยูริคหรือนิ่วทำให้นิ่วแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆและขับตะกอนให้หลุดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะอีกทั้ง สมุนไพรแม่ยา ยังมีฤทธิิ์ช่วยฟื้นฟู ลดอาการเกิดนิ่วและปกป้องอวัยวะอื่นๆในระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ ไต ท่อไต กระเพาปัสสาวะ และท่อปัสสาวะให้แข็งแรง และช่วยลดการอักเสบและการเกิดนิ่วได้

 

           ไม่อยากที่จะเป็น นิ่ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

           botton-call-advice-edit-01-1_22_orig        botton-line-advice-edit-01-1_21_orig1

 

นิ่ว!!! รักษาได้ ด้วยสมุนไพs

ไม่มีผลข้างเคียง 

​ปลอดภัย ไร้สารเคมี

 

 

เพียงแค่ดื่ม ก็สลายนิ่วได้  โดยไม่ต้องผ่า

หยุดปวดทรมาน อย่ารอให้นิ่วอักเสบ!!!!!!!
ให้ สมุนไพร ธนทร ดูแลคุณ

 

เพียงแค่ดื่มง่ายๆ ได้ผลดีเกินคาด

​ยาน้ำสมุนไพร “ธนทร” เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ ที่เรานำมาใช้เป็นประโยชน์ เพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ในเอเชียก็มีหลักฐานแสดงว่ามนุษย์รู้จักใช้พืชสมุนไพรมากว่า 6,000 ปี ในปัจจุบันทั่วโลกได้ยอมรับแล้วว่าผลที่ได้จากการสกัดสมุนไพร ให้คุณประโยชน์ดีกว่ายาฝรั่ง
 
“ธนทร”เป็นยาน้ำแผนโบราณที่รวบรวมสมุนไพรไทย-จีนที่มีคุณค่า เพื่อการดูแลบำรุงรักษาให้มีสุขภาพดี พร้อมทั้งดูแลรักษาระบบอวัยวะในร่างกาย ให้มีการทำงานเป็นปกติ โดยมีฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยในเรื่องต่างๆดังนี้


 ✅เบาหวาน                                                            
✅ปัสสาวะบ่อย

✅ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ
✅เสริมอารมณ์ทางเพศ
✅เสริมการทำงานของหัวใจ
✅เสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
✅เสริมการทำงานของตับและตับอ่อน
✅ปรับสมดุลต่อมน้ำเหลือง
✅กระตุ้นการล้างพิษ สลายตะกอน ภายในร่างกาย
✅ลดรอยเหี่ยวย่นรอยตีนกาและฟื้นฟูสภาพผิวหน้า
✅ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ
✅เพิ่มกล้ามเนื้อ
✅ลดไขมัน
✅เสริมอารมณ์ทางเพศ
✅เสริมการทำงานของหัวใจ
✅ป้องกันผมหงอกและหัวล้าน
✅ปรับสมดุลต่อมน้ำเหลือง
✅เสริมความจำและสมอง

 

              สลายนิ่วได้
                              วิธีง่ายๆแค่ดื่ม "ธนทร"

 

เพียงแค่ดื่มง่ายๆ ได้ผลดีเกินคาด

​ยาน้ำสมุนไพร “ธนทร” เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ ที่เรานำมาใช้เป็นประโยชน์ เพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ในเอเชียก็มีหลักฐานแสดงว่ามนุษย์รู้จักใช้พืชสมุนไพรมากว่า 6,000 ปี ในปัจจุบันทั่วโลกได้ยอมรับแล้วว่าผลที่ได้จากการสกัดสมุนไพร ให้คุณประโยชน์ดีกว่ายาฝรั่ง
 
“ธนทร”เป็นยาน้ำแผนโบราณที่รวบรวมสมุนไพรไทย-จีนที่มีคุณค่า เพื่อการดูแลบำรุงรักษาให้มีสุขภาพดี พร้อมทั้งดูแลรักษาระบบอวัยวะในร่างกาย ให้มีการทำงานเป็นปกติ โดยมีฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยในเรื่องต่างๆดังนี้


 ✅เบาหวาน                                                            
✅ปัสสาวะบ่อย

✅ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ
✅เสริมอารมณ์ทางเพศ
✅เสริมการทำงานของหัวใจ
✅เสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
✅เสริมการทำงานของตับและตับอ่อน
✅ปรับสมดุลต่อมน้ำเหลือง
✅กระตุ้นการล้างพิษ สลายตะกอน ภายในร่างกาย
✅ลดรอยเหี่ยวย่นรอยตีนกาและฟื้นฟูสภาพผิวหน้า
✅ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ
✅เพิ่มกล้ามเนื้อ
✅ลดไขมัน
✅เสริมอารมณ์ทางเพศ
✅เสริมการทำงานของหัวใจ
✅ป้องกันผมหงอกและหัวล้าน
✅ปรับสมดุลต่อมน้ำเหลือง
✅เสริมความจำและสมอง

 

สลายนิ่วได้
วิธีง่ายๆแค่ดื่ม "ธนทร"

 


 

 

วิธีการทานยา
ดื่มง่ายๆ เช้าและก่อนนอน
ในปริมาณแค่ 20 ml.
​หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  ยาน้ำสมุนไพร "ธนทร" 
สกัดจากสมุนไพร 100% 
ตัวยาจึงมีความเข้มข้นสูง 

ทานในปริมาณเพียงเล็กน้อย 
แต่สามารถเห็นผลได้ชัดเจน

 

                            botton-call-advice-edit-01-1_22_orig        botton-line-advice-edit-01-1_21_orig1

 

 

 

ยาน้ำสมุนไพร"ธนทร"ต้นตำหรับยา
คุณหมอจอย ปรียานันท์ มงคลสุริยาเดช
เจ้าของบริษัทโรงงานเทพประทานโอสท

 

 

 

 

  

ผลิตโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร
 
โดยโรงงานที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากอ.ย. และฮาลาล

ได้รับการจดทะเบียนในหมวดยาแผนโบราณ

​​ปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี  

​061-6019391

 

 

สรรพคุณ ยาน้ำสมุนไพร"ธนทร" สูตร สีเขียว 

1. เสริมความจำและดูแลสมอง ช่วยบำรุงเซลล์สมอง
2. กระตุ้นการล้างสารพิษขจัดสารพิษอ อกจากร่างกาย
3. เสริมระบบภูมิต้านทาน ป้องกันการติดเชื้อของไวรัส  ลดไขมันในเลือด
4. เสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวปรับสมดุลอารมณ์
5. ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในร่างกาย และน้ำตาลในเลือดสูงให้เป็นปกติ
6. เสริมสร้างการทำงานหัวใจ ช่วยให้ผนังหัวใจด้านซ้ายหนาขึ้น และแข็งแรงขึ้น
7. ปรับสมดุลย์ของร่างกาย โดยคุณสมบัติของสารสกิดในสมุนไพรชนิดต่างๆ
8. ควบคุมการทำงานต่อมไร้ท่อ
9. ปรับธาตุทั้ง 4 ของร่างกายและเสริมสร้างพลังงาน บรรเทาอาการมึนงง ขี้หลงขี้ลืม อาการเครียดต่างๆ ช่วยให้อารมณ์แจ่มใส  แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ
10. ป้องกันการเกิดโรค โรคความดัน โรคหัวใจ โรคภูมิแพ้ต่างๆ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
11. ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เนื้อเยื่อประสานตัวกันได้ดีและเร็วขึ้น
12. ช่วยบำรุงตับ ไต และ ปอด ปรับการทำงานของตับ ไต และปอด และช่วยป้องกันไวรัสตับอักเสบ
13. อาการปัสสาวะบ่อย ให้ดีขึ้นอย่างเห็นผลและชัดเจน  รักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
14. รักษาริดสีดวงทวารหนักจากด้านในโดยตรงสู่ภายนอก

สรรพคุณ ยาน้ำสมุนไพร"ธนทร"สูตร สีแดง

1. ใช้ได้กับทุกวัย วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ วัยทอง ผู้ป่วยเบาหวาน หัวใจ ความดัน ตับ ไต 
2. ล้างพิษและปรับสมดุลย์ในกระแสเลือด ของร่างกาย
3. ปรับฮอร์โมน รักษาภูมิแพ้
4. ปรับสมดุลฮอร์โมนสตรีเมื่อเริ่มมีประจำเดือน
5. เร่งการฟื้นฟู ลดริ้วรอย ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
6. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน อาการตกขาว ช่วยสมานแผลในมดลูก บำรุงถุงน้ำดี 
7. ลดอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆ ขัด
8. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน
9. เสริมระบบภูมิต้านทาน ป้องกันการทำงานหนักของไต แก้ปัญหาการมีบุตรยาก
10. ป้องกันการทำงานของเกล็ดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
11. สตรีวัยทอง ลดอาการวูบวาบ ไม่ซึมเศร้า
12. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น บำรุงโลหิต
13. ช่วยเรื่องการนอนหลับ
14. นอนหลับได้สนิท เสริมความจำ และบำรุงประสาท บำรุงสมอง
15. ฟื้นฟู ผู้ป่วยเรื้อรัง อัมพฤกษ์ อัมพาต
16. ผู้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศเหมาะอย่างยิ่งในการดูแลและป้องกัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ป่วย ผู้ที่ขาดการดูแลสุขภาพอย่างเพียงพอ
17.รักษาอาการร่างกายอ่อนแอ เลือดจาง วิงเวียนศรีษะ หัวใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ 
​​

  

จัดส่งทัวประเทศ
ด่วน
รับสินค้าภายใน1-2 วัน

       botton-call-advice-edit-01-1_22_orig        botton-line-advice-edit-01-1_21_orig1

 

อย่ารอช้า!!!!นะคะ ปัญหาสุขภาพรอไม่ได้คะ
สนใจสั่งซื้อหรือปรึกษาฟรี
061-6019391